Thursday, March 17, 2016

ต้นทุนเปลี่ยนย้ายได้ (Postponable Cost)

ต้นทุนเปลี่ยนย้ายได้ เป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายซึ่งสามารถกำหนดเพิ่มหรือลด และเปลี่ยนไปตามความจำเป็นในช่วงเวลาต่างๆ หรือมีลักษณะเปลี่ยนย้ายได้ เช่น ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาจะเพิ่มหรือลดตามวาระที่เหมาะสมได้ เช่น ในภาวะที่มีกำไรเราก็จัดค่าใช้จ่ายส่วนนั้นให้สูง ในภาวะที่ไม่มีกำไรมากหรือขาดทุนเราก็จัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้น้อย ต้นทุนที่ไม่สามารถเปลี่ยนย้ายได้จะเป็นตน้ทุนที่ต้องชำระในจำนวนที่กำหนดโดยไม่อาจจะลดหรือเพิ่มได้ เช่น ต้นทุนแรงงงาน.

Thursday, March 10, 2016

ต้นทุนการทดแทนสินทรัพย์ (REplacement Cost)

ต้นทุนการทดแทนสินทรัพย์ หมายถึง ค่าใช้จ่ายต่าๆ ที่ต้องชำระเพื่อการได้มาซึ่งสินทรัพย์เพื่อการผลิตหรือบริการซึ่งจะนำมาทดแทนสินทรัพย์ที่มีอยู่ เช่น ค่าเครื่องจักร ค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งรวมกัน เครื่องจักรเมื่อมีอายุการใช้งานมากขึ้น จะมีประสิทธิภาพลดลง ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาจะสูงขึ้น การทดแทนด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงกว่า จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มผลผลิตได้ ในกรณีที่เครื่องจักรไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ จะมีการลงทุนเป็นต้นทุนการทดแทนเครื่องจักรเพื่อให้สามารถดำเนินการผลิตต่อไปได้.

Thursday, March 3, 2016

ต้นทุนตามบัญชี (Book Cost)

ต้นทุนตามบัญชี คือ ต้นทุนของสินทรัพย์เมื่อหักค่าเสื่อมราคาไปแล้ว โดยทั่วไป เมื่อมีการซื้อสินทรัพย์ใดๆ จะมีการบันทึกต้นทุนสินทรัพย์ตามระบบบัญชีและหักค่าเสื่อมราคาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงขณะใดขณะหนึ่ง ตัวเลขที่บันทึกได้จะเป็นตน้ทุนตามบัญชีของสินทรัพย์นั้นๆ  ต้นทุนตามบัญชีจึงเป็นเพียงตัวเลขที่บันทึกไว้เท่านั้น ส่วนต้นทุนจริงจะเป็นเท่าไหร่อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งค่าของต้นทุนจริงจะมากหรือน้อยกว่าต้นทุนตามบัญชีก็ได้ เช่น ต้นทุนตามบัญชีของเครื่องจักรเป็นเงิน 1,200,000 บาท ราคาจริงๆของเครื่องจักรนั้นอาจเป็น 1,500,000 บาท หรือ 900,000 บาทก็ได้.

Monday, February 29, 2016

ต้นทุนจม (Sunk cost)

ต้นทุนจม คือ ต้นทุนที่ได้ชำระไปหมดแล้ว จึงนับเป็นต้นทุนของอดีตซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในอนาคต เช่น เครื่องจักรที่ซื้อในจำนวนเงิน 1,200,000 บาท เมื่อปีก่อนจะถือเป็นต้นทุนจม ถ้าฝ่ายบริหารคิดจะเปลี่ยนเครื่องจักรในปีนี้ ต้นทุน 1,200,000 บาท ที่ลงทุนไปแล้วจะไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในการเปลี่นแปลงเครื่องจักรนี้ด้วย นอกจากนี้ ต้นทุนจมยังหมายถึง ต้นทุนส่วนที่ขาดหายไปของราคาเครื่องจักรที่กำหนดไว้ เช่น เครื่องจักรที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว 5 ปี ในปัจจุบันมีราคาตามบัญชี 500,000 บาท ถ้าเราขายเครื่องจักรนี้ได้เพียง 150,000 ต้นทุนจมจะเป็น 50,000 ที่ขาดหายไป

Wednesday, February 24, 2016

ต้นทุนอนาคต (Future Cost)

ต้นทุนอนาคต คือ ต้นทุนประมาณการเพื่อใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคต เช่น การจัดซื้อสินทรัพย์ที่ใช้ในปีหน้า ราคาสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเป็นเรื่องของอนาคต ถ้าจะมีการจัดซื้อเครื่องจักรในราคา 1,000,000 บาทในอีก 1 ปีข้างหน้า โดยที่ราคาไม่เปลี่ยนแปลง (Price Constant) เราจะสามารถเตรียมค่าใช้จ่ายในปัจจุบันเป็นจำนวนเงินไม่ถึง 1,000,000 บาท เนื่องจากค่าของเงินที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา ซึ่งมีการคิดดอกเบี้ยทบต้นไม่ถึงอนาคต.

Tuesday, February 23, 2016

ต้นทุนเสียโอกาส (Opportunity Cost)

ต้นทุนเสียโอกาสเป็นลักษณะขาดทุนกำไรที่ควรจะได้ การเสียโอกาสหรือเสียผลประโยชน์ที่พึงจะได้จะถือเป็นต้นทุนในลักษณะหนึ่ง โดยมากต้นทุนชนิดนี้จะเกิดขึ้นเนื่องจากความจำกัดของทรัพยากร หรือจากการมีทางเลือกที่มีเงื่อนไขความจำเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากเรื่องต้นทุน เช่น ผลิตสินค้าไม่ทันขายเนื่องจากกำลังการผลิตไม่เพียงพอ ทำให้เกิดขึ้นทุนเสียโอกาสจากผลกำไรที่น่าจะได้จากการขายผลิตภัณฑ์ เช่น พื้นที่โรงงานเมื่อไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ทางการผลิตจะมีต้นทุนเสียโอกาสต่อตารางเมตรเท่ากับ 25 บาทต่อเดือน..

Monday, February 22, 2016

ประเภทของต้นทุน

ต้นทุนมีความหมายที่แตกต่างกันไปโดยมีรูปแบบและลักษณะการประเมินต่างๆ กัน รวมทั้งเวลาเมื่อต้นทุนนั้นเกี่ยวข้องอยู่ การใช้ต้นทุนสำหรับการวิเคราะห์โครงงานต่างๆ จึงมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป เช่น ต้นทุนในความหมายทางบัญชีจะแตกต่างกับต้นทุนในทัศนะของผู้บริหาร ต้นทุนสามารถแบ่งออกเป็นชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับการใช้งานและลักษณะปัญหาที่จะวิเคราะห์ ต้นทุนชนิดหนึ่งใช้ได้กับงานลักษณะหนึ่งแต่จะใช้กับงานอีกลักษณะหนึ่งไม่ได้ เช่น ต้นทุนที่ใช้ในทางการบัญชีจะเป็นต้นทุนเพื่อการตัดสินใจบางอย่างไม่ได้ ตัวอย่างง่ายๆ คือ ต้นทุนมาตรฐานของสินค้าในระบบัญชีจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเนื่องจากราคาวัตถุดิบที่เปลี่ยนไป ต้นทุนมาตรฐานดังกล่าวจะใช้เป็นต้นทุนเพื่อกำหนดให้ราคาสุงขึ้นไม่ได้ ในการประเมินต้นทุนถ้าใช้ชนิดของต้นทุนไม่ถูกต้ิงหรือใช้วิธีการประเมินต้นทุนที่ไม่เหมาะสม จะทำให้การวิเคราะห์โครงการถูกบิดเบือนไปได้ ตัวอย่างเช่น การประเมินต้นทุนสินทรัพย์ซึ่งมีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าจำพวกค่าเช่าและค่าประกันภัย ถ้าเรานำมาใช้เป้นส่วนในการคิดกำไรขาดทุนของธุรกิจในขณะที่เวลาในการใช้สินทรัพย์นั้นๆ ยังไม่หมดสิ้นก็จะผิดจากข้อเท็จจริงไป นอกจากนี้ ต้นทุนที่เกิดขึ้นจากค่าใช้จ่ายขณเวลาต่างๆ กัน จะมีค่าแตกต่างกันเนื่องจากความสัมพันธ์ของเวลากับเงิน การประเมินค่าใ้จ่าย ณ จุดที่เวลาต่างกันโดยไม่นำเอาอัตราดอกเบี้ยมาคิดด้วย ก็อาจจะทำให้การวิเคราะห์ผิดไปได้
ต้นทุนมีรูปแบบและลักษณะของการประเมินแตกต่างกันออกไป สามารถแยกเป็นประเภทต้นทุนต่างๆ ได้ดังนี้
- ต้นทุนเสียโอกาส (Opportunity Cost)
- ต้นทุนอนาคต (Future Cost)
- ต้นทุนจม (Sunk Cost)
- ต้นทุนตามบัญชี (Book cost)
- ต้นทุนการทดแทนสินทรัพย์ (Replacement Cost)
- ต้นทุนเปลี่ยนย้ายได้ (Postponable Cost)
- ต้นทุนเพิ่ม (Increment Cost)
- ต้นทุนเพิ่มต่อหน่วย (Marginal Cost)
- ต้นทุนเงินสด (Cash Cost)
- ต้นทุนประจำงวด (Period Cost)
- ต้นทุนเพื่อการตัดสินใจ (Desicion Maing Cost)
- ต้นทุนแยกได้และต้นทุนร่วม (Tracable and Common Cost)
- ต้นทุนควบคุมได้และต้นทุนลดได้ (Controllable and Reducible Cost)
- ต้นทุนทางตรงและต้นทุนทางอ้อม (Direct Cost and Indirect Cost)
- ต้นทุนค้างจ่ายและต้นทุนรอการตัดบัญชี (Accrued and deferred Cost)
- ต้นทุนคงที่และต้นทุนแปรผัน (Fix Cost and Variable Cost)
- ต้นทุนเริ่มแรกและต้นทุนดำเนินงาน (First and Operating cost)